ตัวเลขในภาษาอังกฤษ | ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ | EF

ตัวเลขในภาษาอังกฤษ

ตัวเลขเพื่อบอกจำนวน (one, two, three เป็นต้น) คือ คำคุณศัพท์ที่ใช้อ้างถึงจำนวนหรือปริมาณ และตัวเลขเพื่อบอกลำดับ (first, second, third เป็นต้น) บอกให้เราทราบถึงลำดับ

ตัวเลข การบอกจำนวน การบอกลำดับ
1 one first
2 two second
3 three third
4 four fourth
5 five fifth
6 six sixth
7 seven seventh
8 eight eighth
9 nine ninth
10 ten tenth
11 eleven eleventh
12 twelve twelfth
13 thirteen thirteenth
14 fourteen fourteenth
15 fifteen fifteenth
16 sixteen sixteenth
17 seventeen seventeenth
18 eighteen eighteenth
19 nineteen nineteenth
20 twenty twentieth
21 twenty-one twenty-first
22 twenty-two twenty-second
23 twenty-three twenty-third
24 twenty-four twenty-fourth
25 twenty-five twenty-fifth
26 twenty-six twenty-sixth
27 twenty-seven twenty-seventh
28 twenty-eight twenty-eighth
29 twenty-nine twenty-ninth
30 thirty thirtieth
31 thirty-one thirty-first
40 forty fortieth
50 fifty fiftieth
60 sixty sixtieth
70 seventy seventieth
80 eighty eightieth
90 ninety ninetieth
100 one hundred hundredth
500 five hundred five hundredth
1,000 one thousand thousandth
1,500 one thousand five hundred, or fifteen hundred one thousand five hundredth
100,000 one hundred thousand hundred thousandth
1,000,000 one million millionth
ตัวอย่างเช่น
  • There are twenty-five people in the room.
  • He was the fourteenth person to win the award.
  • Six hundred thousand people were left homeless after the earthquake.
  • I must have asked you twenty times to be quiet.
  • He went to Israel for the third time this year.

การอ่านเลขทศนิยม

การอ่านเลขทศนิยมในภาษาอังกฤษนั้นต้องใช้คำว่า จุด คือ "point" ตามด้วยตัวเลขเรียงกันไปเรื่อย ๆ จนจบ แต่การอ่านนี้ไม่สามารถใช้กับเงินได้  

เขียน พูด
0.5 point five
0.25 point two five

0.73

point seven three

0.05

point zero five

0.6529

point six five two nine

2.95

two point nine five

การอ่านเศษส่วน

ในการอ่านเศษส่วนนั้นจะใช้ตัวเลขเพื่อบอกจำนวนเป็นเศษ และตัวเลขที่บอกลำดับเป็นส่วน หากจำนวนส่วนมากกว่า 1 ให้ทำเป็นรูปพหูพจน์ ยกเว้นในกรณีที่ เศษ คือ 1 และส่วนคือ 2 ในกรณีนี้ให้อ่านว่า "half" และอ่านว่า "halves" ในกรณีที่เศษมากกว่า 1

เขียน พูด
1/3 one third
3/4 three fourths
5/6 five sixths
1/2 one half
3/2 three halves

การอ่านเปอร์เซ็นต์

การอ่านเปอร์เซ็นต์ในภาษาอังกฤษนั้นไม่ยากเลย เพียงแค่อ่านตัวเลขตามปกติแล้วตามด้วยคำว่า "เปอร์เซ็นต์" เท่านั้น

เขียน พูด
5% five percent
25% twenty-five percent
36.25% thirty-six point two five percent
100% one hundred percent
400% four hundred percent

การอ่านจำนวนเงิน

การอ่านจำนวนเงิน สิ่งแรกให้อ่านจำนวนทั้งหมดตามปกติ แล้วตามด้วยสกุลเงิน หากมีจุดทศนิยม ให้อ่านตัวเลขหน้าจุดทศนิยมก่อน ตามด้วยสกุลเงิน เชื่อมด้วย "and" และตัวเลขหลังจุดทศนิยมให้อ่านตามหลักการอ่านตัวเลขปกติ ตามด้วยหน่วยย่อยของสกุลเงินนั้น ๆ ซึ่งเป็นหลักการที่แตกต่างจากการอ่านจุดทศนิยมโดยทั่วไป เพราะนี่คือหลักการอ่านจุดทศนิยมกับสกุลเงินเท่านั้น

อ่าน พูด
25$ twenty-five dollars
52€ fifty-two euros
140₤ one hundred and forty pounds
$43.25 forty-three dollars and twenty-five cents (สามารถพูดแบบสั้น ๆ ว่า "forty-three twenty-five" ใช้ในชีวิตประจำวัน)
€12.66 twelve euros sixty-six
₤10.50 ten pounds fifty

การอ่านหน่วยการวัดต่าง ๆ

เพียงแค่อ่านตัวเลขตามปกติ ตามด้วยหน่วยที่ใช้วัด ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ในการเขียนหน่วยมักจะใช้ตัวย่อ

เขียน พูด
60m sixty meters
25km/h twenty-five kilometers per hour
11ft eleven feet
2L two liters
3tbsp three tablespoons
1tsp one teaspoon

การอ่านปี

การอ่านปีในภาษาอังกฤษเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อน โดยทั่วไปแล้ว เมื่อปีเป็นตัวเลข 4 หลัก ให้แบ่งตัวเลข 4 หลักนั้นออกเป็น 2 หลักแล้วแยกอ่านตามปกติ มีข้อยกเว้นบางประการสำหรับกฎนี้ ปีที่อยู่ในช่วง 100 ปีแรกของสหัสวรรษใหม่ สามารถอ่านได้ 2 แบบ คือ อ่านเหมือนการอ่านตัวเลข 4 หลักทั่วไป หรือแบ่งออกเป็น 2 หลักแล้วแยกอ่านตามปกติก็ได้ ปีที่ครบรอบสหัสวรรษใหม่ให้อ่านแบบการอ่านตัวเลขปกติเท่านั้น เพราะจะง่ายกว่าการอ่านแบบแบ่งออกเป็น 2 หลัก ส่วนการขึ้นศตวรรษใหม่ให้อ่านเป็นจำนวนร้อยเต็ม เราไม่ใช้คำว่า “พัน” อย่างน้อยที่สุดก็ไม่ใช่สำหรับการอ่านปีภายใน 1,000 ปีที่ผ่านมา

สำหรับปีที่มีตัวเลขเพียง 3 หลัก สามารถอ่านได้ 2 แบบ คือ อ่านแบบการอ่านตัวเลข 3 หลัก หรือแบ่งเป็น 1 หลักและ 2 หลักตามลำดับแล้วอ่านตามปกติก็ได้ คุณสามารถใช้คำว่า “ปี” นำหน้าปีที่คุณจะอ่านก็ได้เพื่อให้ความหมายชัดเจนมากยิ่งขึ้น และมักจะพบได้ทั่วไปในการอ่านปีที่มีตัวเลข 2 หรือ 3 หลัก ปีก่อนปี 0 จะตามด้วย BC (โดยอ่านว่า บีซี)

กฏเหล่านี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการอ่านหมายเลขของถนนได้อีกด้วย

เขียน พูด
2014 twenty fourteen or two thousand fourteen
2008 two thousand eight
2000 two thousand
1944 nineteen forty-four
1908 nineteen o eight
1900 nineteen hundred
1600 sixteen hundred
1256 twelve fifty-six
1006 ten o six
866 eight hundred sixty-six or eight sixty-six
25 twenty-five
3000 BC three thousand BC
3250 BC thirty two fifty BC

การอ่าน 0

ในปัจจุบันมีวิธีการอ่านเลข 0 หลายวิธีซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ละบริบท เป็นที่น่าเสียดายที่การอ่าน 0 มีความแตกต่างและหลากหลายมากในหมู่ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ดังนั้น หลักการอ่าน 0 ที่คุณกำลังจะได้เรียนรู้ คือ การอ่าน 0 แบบอเมริกัน

 

การออกเสียง การใช้
zero Used to read the number by itself, in reading decimals, percentages, and phone numbers, and in some fixed expressions.
o (the letter name) Used to read years, addresses, times and temperatures
nil Used to report sports scores
nought Not used in the USA
ตัวอย่างเช่น
เขียน พูด
3.04+2.02=5.06 Three point zero four plus two point zero two makes five point zero six.
There is a 0% chance of rain. There is a zero percent chance of rain.
The temperature is -20⁰C. The temperature is twenty degrees below zero.
You can reach me at 0171 390 1062. You can reach me at zero one seven one, three nine zero, one zero six two
I live at 4604 Smith Street. I live at forty-six o four Smith Street
He became king in 1409. He became king in fourteen o nine.
I waited until 4:05. I waited until four o five.
The score was 4-0. The score was four nil.