ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเดินทาง ภาษา และวัฒนธรรมโดย EF Education First
Menu

คำสแลงภาษาอังกฤษที่คุณต้องรู้ในปี 2019

มีแค่ไม่กี่อย่างที่เปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วเท่ากับสแลง พอคุณเริ่มใช้แสลงคำใหม่ล่าสุดได้คล่องเพียงไม่เท่าไหร่ ผู้คนก็เริ่มชายตามองคุณแปลกๆ เพราะคำพูดเหล่านั้นตกยุคไปแล้ว

สรุปว่า การใช้สแลงก็คล้ายกับการพยายามเดินเขย่งอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ที่กั้นอยู่ระหว่างความเท่สุดๆ และการดับอนาถอย่างน่าสลดใจ

เพื่อช่วยคุณในการสำรวจโลกแห่งสแลงติดเทรนด์ที่แสนจะคลุมเครือ เราได้รวบรวมลิสต์คำสแลงภาษาอังกฤษที่คุณต้องรู้ในปี 2019ที่มีประโยชน์มาให้คุณแล้ว

  1. Stan(แฟนพันธุ์แท้)

คำนี้ถือกำเนิดขึ้นจากเพลง “Stan” ของ Eminem ในปี 2000 โดยเป็นชื่อของแฟนเพลงที่หมกมุ่นซึ่งขับรถพุ่งลงไปในทะเลสาบในช่วงไคลแมกซ์ของเพลง จากจุดดังกล่าวจึงเริ่มมีการใช้คำว่า “stan” เพื่อสื่อถึงแฟนพันธุ์แท้ที่คลั่งไคล้คนดังเอามากๆ

  1. Full send(สุดๆ)

เป็นคำที่ยืมมาจากศัพท์เฉพาะของกีฬาสกี โดยเป็นวลีที่หมายถึงช่วงเวลาที่คุณดิ่งเข้าไปในสถานการณ์ที่อันตราย (ซึ่งได้รับการควบคุม) อย่างไม่เกรงกลัว วลีนี้ถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน และโดยหลักๆ แล้วหมายถึงการทำบางสิ่งอย่างเต็มที่โดยไม่สนใจผลลัพธ์ที่จะตามมา

  1. Wig(วิกผม)

คำนี้ใช้เมื่อมีบางสิ่งเกิดขึ้น โดยเป็นเรื่องที่บ้ามากๆ หรือน่าตื่นเต้นจนทำให้วิกผมของคุณปลิว ไม่ว่าคุณจะใส่วิกจริงๆ หรือไม่ การพูดว่า “wig!” หรือ “omg wig flew” (ว้าย วิกปลิว) เมื่อพูดถึงเรื่องอื้อฉาวก็เป็นการใช้คำพูดที่เหมาะกับสถานการณ์สำหรับทุกคน

  1. Tea(เรื่องซุบซิบ)

ถ้ามีเรื่องนินทาร้อนๆ หมุนเวียนอยู่ในกลุ่มเพื่อนๆ คุณสามารถเรียกเรื่องซุบซิบนั้นว่า “tea” ซึ่งเหมาะกับการใช้ไต่ถามเกี่ยวกับเรื่องนินทานั้นๆ (เช่น what’s the tea?) ใช้เล่าเรื่องนินทาให้ใครบางคนฟัง (spilling the tea) และใช้เป็นคำอุทานเดี่ยวๆ เกี่ยวกับเรื่องดราม่าสุดพีค (TEA!)

  1. Snatched(เป๊ะเว่อร์)

สมัยก่อนเราอาจจะเคยได้ยินคำว่า “on fleek” กันอย่างกว้างขวาง แต่ปัจจุบันคำว่า “snatched” ได้ขึ้นมาชิงตำแหน่งแชมป์ไปอย่างรวดเร็ว คำสแลงนี้เป็นคำชมสั้นๆ ที่สงวนไว้ใช้กับเพื่อนที่ดูดีมีสไตล์สุดๆ เท่านั้น โดยหมายถึงการดูทันสมัยหรือกิ๊บเก๋มากๆ

  1. Sus(น่าสงสัย)

มาจากคำว่า “suspect” คุณสามารถใช้คำนี้ได้เวลาที่เพื่อนของคุณทำตัวน่าสงสัยนิดๆ ไม่ว่าคุณจะคิดว่าเพื่อนกำลังปกปิดอะไรอยู่ หรือกำลังแสดงพิรุธบางอย่างออกมา คุณก็สามารถบอกกับพวกเขาได้ว่า พวกเขากำลังทำตัว “sus” อยู่

  1. Woke(ตาสว่าง)

สแลงคำนี้หมายถึงการเข้าใจเรื่องราวในปัจจุบันอย่างแจ่มแจ้ง เราสามารถเรียกคนที่เข้าใจความเป็นจริงรอบๆ ตัวอย่างชัดเจน หรือหันมายอมรับว่าความเชื่อก่อนหน้านี้ของตนเองอาจผิดพลาดว่า “woke”

  1. Flex(ช่างอวด)

ไม่ๆ เราไม่ได้กำลังจะพูดถึงการโชว์กล้ามที่ฟิตเนส ที่จริงแล้ว คำสแลง “flexing” นั้นหมายถึงการอวดของมีค่าหรือไลฟ์สไตล์ที่หรูหราของคุณอย่างไม่ถ่อมตัวเลยสักนิด เช่น การที่ผู้มีอิทธิพลในโลกโซเชียลมีเดียบางคน “flexing on Instagram”

  1. Left on read(อ่านแล้วเงียบ)

คำนี้มีต้นกำเนิดมาจากข้อความบน iMessage ที่จะปรากฏขึ้นเมื่ออีกฝ่ายได้เห็นข้อความของคุณแล้ว การได้รับ “left on read” หมายถึงการที่ใครบางคนอ่านข้อความของคุณแล้วแต่ไม่ตอบกลับ ซึ่งอาจถือเป็นการดูหมิ่นที่ร้ายแรงที่สุดรูปแบบหนึ่งในยุคเรา

  1. Collecting receipts(รวบรวมหลักฐาน)

วลีนี้หมายถึงการรวบรวมภาพหน้าจอ ภาพถ่าย หรือวิดีโอเพื่อพิสูจน์ประเด็นของคุณ เช่นเดียวกับการที่ทนายความแสดงหลักฐานในศาล คุณก็สามารถหยิบ “receipts” ของคุณออกมาเพื่อขจัดข้อสงสัยใดๆ ในกรณีของคุณได้

เก่งภาษาได้มากกว่าสแลง ไปเรียนภาษาที่ต่างประเทศกับเราปรึกษาเรา

แชร์บทความนี้

บทความล่าสุดมาจาก ภาษา