ระบบการศึกษาของอังกฤษ
ระบบการศึกษาของอังกฤษได้รับการยอมรับในเรื่องมาตรฐานชั้นสูงมาอย่างต่อเนื่องและมีอิทธิพลต่อระบบการศึกษาทั่วโลก นอกจากนี้อังกฤษยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง
โรงเรียนประถม
ระบบการศึกษาภาคบังคับของอังกฤษเริ่มจากระดับประถมศึกษาเมื่ออายุห้าขวบ นักเรียนโรงเรียนประถมศึกษาจะเลื่อนชั้นจากปีที่หนึ่งถึงปีที่หก โดยจะเรียนวิชาเช่น ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์
โรงเรียนมัธยม
นักเรียนจะเข้าสู่ระบบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาเมอื่อายุ 11 ขวบ ต่อไปอีกห้าปีการศึกษา ในชั้นปีที่10 นักเรียนจะเริ่มเตรียมตัวสอบ General Certificateof Secondary Education หรือ GCSE’s วิชาที่สอบในระดับนีมี้ประมาณ 9 ถึง 10 วิชาด้วยกัน
A-Level ที่ Sixth form College
หลังจากการสอบ GCSE’s นักเรียนมัธยมสามารถออกจากระบบการศึกษา เพื่อเข้าสู่ชีวิตการทำงาน หรือเข้าร่วมหลักสูตรฝึกอาชีพที่โีรงเรียนเทคนิค หรือโรงเรียนอาชีวะ หรือศึกษาต่อเป็นเวลาสองปีเพื่อเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่เรียกว่า “A-Levels” โดยทั่วไป นักเรียนที่ประสงค์เข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยจะเตรียมตัวสอบ A-Level สามหรือสี่วิชา ยิ่งได้คะแนนสอบ A-Levelสูงเท่าใด โอกาสที่นักเรียนจะได้เข้ามหาวิทยาลัยที่ต้องการก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
ปริญญาตรี
หลักสูตรปริญญาตรีในอังกฤษใช้เวลาเรียนสามปีและมีการสอบปลายภาคก่อนจบการศึกษา เกณฑ์การสอบเข้าสำหรับนักศึกษาต่างชาติได้แก่ทักษะ
ด้านภาษาอังกฤษ (ขัน้ ต่ำอยู่ที่คะแนน IELTS 6.0)และอีกหนึ่งปีการศึกษาระดับมัธยมปลายเพื่อเตรียมความพร้อมเข้ามหาวิทยาลัยหรือที่เรียกกันว่าUniversity Foundation Year
ปริญญาโท MBA และ ปริญญาเอก
หลักสูตรปริญญาโทโดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็นสายศิลปศาสตร์ (MA) สายวิทยาศาสตร์ (MSc.) และ สายการบริหารธุรกิจ (MBA)ซึ่งใช้เวลาศึกษาหนึ่งปี โดยนักศึกษาจะต้องผ่านการสอบและทำวิทยานิพนธ์เพื่อสำเร็จการศึกษาวิชาชีพเฉพาะทางบางประเภทต้องใช้วุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก หรือ PhD ซึ่งใช้เวลาศึกษาสี่ถีึ่งห้าปีในการศึกษาระดับสูง และการทำวิจัย รวมถึงการเขียนวิทยานิพนธ์ นักศึกษาต่างชาติที่ประสงค์เข้าศึกษาระดับ
ปริญญาโทและเอก โดยทั่วไปต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี และมีคะแนนสอบภาษาอังกฤษ IELTS 6.5สำหรับหลักสูตร MBA ผู้สมัครต้องมีประสบการณ์การทำงานในสาขาที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยสองปี