ระบบการศึกษาในอเมริกาและแคนาดา
ระบบการศึกษาในอเมริกาและแคนาดา
ในอเมริกาเหนือเด็กทุกคนต้องเข้าโรงเรียนตั้งแต่อายุ6-16 ปี ปีการศึกษาเริ่มตัง้ แต่เดือนกันยายนถึงมิถุนายน
ระดับประถมศึกษา, มัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย
เด็กๆจะเข้าเรียนเกรด1-6 ที่โรงเรียนประถม และเรียนเกรด 7-9 ในระดับมัธยมต้นที่เรียกว่า Junior High School หรือ Middle School การเรียนการสอนเน้นวิชาหลักทั่วไป ตั้งแต่อายุ 15-18 ปี นักเรียนจะเข้าโรงเรียนมัธยมปลายหรือที่เรียกว่า High schoolโดยจะศึกษาวิชาหลัก ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ในระดับการศึกษานี้้นักเรียนสามารถเลือกวิชาเลือกในหลายแขนง นักเรียนที่ประสงค์เข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยต้องผ่านการสอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับประเทศที่เรียกว่า SAT (Scholastic Aptitude Test) ขณะที่นักเรียนต่างชาติ โดยปกติต้องมีผลคะแนน TOEFL ซึ่งเป็นคะแนนสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษ
วิทยาลัยชุมชน
วิทยาลัยชุมชนให้การศึกษาแก่ผู้ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาระดับมัธยม สถาบันเหล่านี้มักตั้งเงื่อนไขในการคัดเลือกนักศึกษาน้อยกว่ามหาวิทยาลัยที่ใช้เวลาศึกษาสี่ปี และค่าธรรมเนียมหลักสูตรมักจะถูกกว่าตามมหาวิทยาลัย ผู้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยชุมชนจะได้รับอนุปริญญาหรือที่เรียกว่า Associates Degree หลังจากใช้เวลาเรียนสองปี และสามารถโอนหน่วยกิตไปยังมหาวิทยาลัยหากนักศึกษาต้องการศึกษาต่อจนจบระดับปริญญาตรีนักศึกษาจำนวนมากเลือกเรียนที่วิทยาลัยชุมชนเพื่อเป็นทางลัดสู่การศึกษาแบบสี่ปีในมหาวิทยาลัย
ปริญญาตรี
นักศึกษาระดับปริญญาตรีที่จบหลักสูตรสี่ปีส่วนมากจะได้รับปริญญา Bachelor of Science (BSc) และ Bachelor of Arts (BA) นักเรียนต่างชาติควรมีผลคะแนน TOEFL ไม่ต่ำกว่า 525 PBT/ 194 CBT/ 71 IBT
ปริญญาโทและเอก
หลักสูตรระดับสูงกว่าปริญญาตรีที่เปิดสอนในอเมริกาเหนือประกอบด้วยปริญญาโท (MA, MSc และMBA) หลักสูตรปริญญาโทส่วนมากใช้เวลา18 เดือนถึงสองปี บางแห่งเปิดหลักสูตร MBA แบบเร่งรัดหนึ่งปี ส่วนหลักสูตรปริญญาเอกมักต้องอาศัยการศึกษาเพิ่มเติมในขั้นสูง หลักสูตร MBA ผู้สมัครต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรีและมีประสบการณ์การทำงานในระดับการบริหารและการจัดการอย่างน้อยสองปี นอกจากนี้ผู้สมัครควรมีผลคะแนน TOEFL ไม่ต่ำกว่า 550 PBT/213 CBT/ 81 IBT